การทำครอบฟันเป็นวิธีการบูรณะฟันที่เสียหายหรืออ่อนแอ ด้วยการใช้วัสดุครอบคลุมฟันทั้งซี่ เพื่อให้กลับมาแข็งแรง สวยงาม และใช้งานได้ตามปกติ โดยมีรายละเอียดขั้นตอนและข้อมูลสำคัญดังนี้:
เหมาะกับใครบ้าง?
- ฟันผุลึกหรือผุจนไม่สามารถอุดได้
- ฟันแตก บิ่น หรือหักจากอุบัติเหตุ
- ฟันที่ผ่านการรักษารากฟัน (Root Canal)
- ฟันสึกหรือมีรูปร่างผิดปกติ
- ฟันที่ต้องการปรับรูปลักษณ์เพื่อความสวยงาม
ขั้นตอนการทำครอบฟัน
- ตรวจและเตรียมฟันทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟัน ถ้าพบว่าฟันยังมีเนื้อฟันพอจะยึดครอบได้ ก็จะทำการกรอแต่งฟันเพื่อเตรียมพื้นผิว
- พิมพ์ฟันพิมพ์ฟันเพื่อส่งไปยังห้องแลปสำหรับผลิตครอบฟันเฉพาะบุคคล (อาจใช้เครื่องสแกนดิจิทัลแทนพิมพ์ฟันในบางคลินิก)
- ใส่ครอบฟันชั่วคราวระหว่างรอครอบฟันถาวร จะใส่ครอบฟันชั่วคราวเพื่อป้องกันฟันจากความเสียหายหรือความรู้สึกเสียว
- ใส่ครอบฟันถาวรเมื่อครอบฟันถาวรพร้อมแล้ว ทันตแพทย์จะนำมาใส่ ทดลองสบ และยึดติดด้วยกาวทันตกรรมชนิดพิเศษ
วัสดุที่ใช้ทำครอบฟัน
- เซรามิก/พอร์ซเลน (Porcelain)สีเหมือนฟันธรรมชาติ เหมาะกับฟันหน้า
- เซรามิกรวมกับโลหะ (Porcelain Fused to Metal)แข็งแรง เหมาะกับฟันหลัง
- โลหะล้วน (เช่น ทอง)ทนทานสูง อายุการใช้งานยาวนาน
- เซอร์โคเนีย (Zirconia)แข็งแรงและสวยงาม ทั้งฟันหน้าและฟันหลัง
ข้อดีของการทำครอบฟัน
- เสริมความแข็งแรงให้ฟันที่อ่อนแอ
- ปรับรูปร่างและสีของฟันให้ดูดีขึ้น
- ป้องกันการแตกหรือผุเพิ่มขึ้น
- ยืดอายุการใช้งานของฟันซี่นั้นได้อีกหลายปี
อายุการใช้งาน
โดยทั่วไป ครอบฟันสามารถอยู่ได้นาน 10–15 ปี หรือมากกว่านั้น หากดูแลรักษาดี เช่น การแปรงฟันสม่ำเสมอ ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำครอบฟันเฉพาะเคสของคุณ สามารถทำนัดหมายได้เลยครับ
